VOLUNTEER BIKE จักรยานอาสากู้ชีพ

ตัวอย่างกลุ่มนักปั่นจักรยาน ที่เราควรต้องยกย่อง+นับถือในน้ำใจ ของผู้เสียสละเวลาว่างส่วนตัว มาทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

จักรยานอาสากู้ชีพ

ตัวอย่างกลุ่มนักปั่นจักรยาน ที่เราควรต้องยกย่อง+นับถือในน้ำใจ  ของผู้เสียสละเวลาว่างส่วนตัว มาทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

กว่า 2 ปีแล้วที่กลุ่มคนนักปั่นจักรยานผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี  อาสามาทำงานร่วมกันในฐานะ  ‘จิตอาสากู้ชีพ’  ด้วยการใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ และพร้อมกับทั้งแบกเอาสัมภาระอุปกรณ์ช่วยเหลือบุคคลยามเมื่อเกิดอุบัติเหตุ  และช่วยชีวิตยามเมื่อหมดสติได้ทันที ติดไปกับจักรยานด้วยตลอดเวลา 

สำหรับนักกีฬาหรือคนรักสุขภาพที่ชื่นชอบงานกิจกรรมกีฬา ประเภท วิ่ง ปั่นจักรยาน นิยมการร่วมทริปที่จัดกันแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง หรือบางงานก็เริ่มออกตัวตั้งแต่ตี 4 แต่ทีมผู้ดูแลเหล่านี้ต้องเตรียมความพร้อมก่อนเวลากำหนดนั้น  หากว่าใจไม่รัก ไม่อดทน ก็คงทำไม่ได้

โครงการ “จักรยานอาสากู้ชีพ” กลุ่มผู้รักการปั่นจักรยาน ซึ่งริเริ่มโดยมีผู้มีจิตอาสา และผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการกู้ชีพกู้ภัยกลุ่มหนึ่ง ภายใต้การนำของนพ.อุกฤษฏ์  มิลินทางกูร ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยจักรยานอาสากู้ชีพได้เริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2558 โดยมีเป้าหมายหลัก คือ

เป็นกลุ่มผู้รักการปั่นจักรยาน ผู้มีจิตอาสาและได้รับการพัฒนาทักษะพร้อมอุปกรณ์ที่จะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะ Sudden Cardiac Arrest (SCR) ด้วยการทำ CardioPulmonary Resuscitation (CPR) ร่วมกับการใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED)

วัตถุประสงค์ของภารกิจ

เพิ่มโอกาสการมีชีวิตรอดจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนอกโรงพยาบาล (Out-of-Hospital Cardiac Arrest, OHCA)ให้การปฐมพยาบาลเมื่อโอกาสเอื้ออำนวยเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายนักปั่นจักรยานเรื่อง CPR+AED

เป้าหมายภารกิจ

จัดหน่วยจักรยานกู้ชีพ (Bike Emergency Response Team, BERT) ทำหน้าที่ เป็น First Responder โดยเฉพาะ BLS+AED ในกิจกรรมออกกำลังกาย กีฬา หรือกิจกรรมที่มีผู้คนรวมตัวเป็นจำนวนมาก)

โดย นพ.อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาชมรม พร้อมกับมีทีมสมาชิกในชมรมรวมแล้ว 26 ชีวิตในปัจจุบัน จากพื้นฐานความถนัดส่วนตัวด้านกีฬาที่เป็นนักปั่นจักรยานมาตลอด 10 ปีของคุณหมอ บวกกับปณิธานที่อยากจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคม นอกเหนือจากการอยู่ในกลุ่มนักปั่นจักรยานกลุ่มรวมมิตรเพื่อการออกกำลังกายและท่องเที่ยว คุณหมอจึงได้รวบรวมทีมนักปั่นที่สนใจและมีจิตใจอยากอาสามาทำงานด้วยกัน  งานแรกของทีมทีเปรียบเสมือนงาน Kick off  ทั้งยังเป็นความภาคภูมิใจของเหล่าบรรดาสมาชิก ที่ได้เข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของไทย นั่นคือ งาน Bike for Dad และหลังจากนั้นได้ก่อตั้งชมรมขึ้นอย่างเป็นทางการ  โดยได้รับเกียรติในงานกิจกรรมกีฬาใหญ่ๆ อีกหลากหลาย ทั้งงานวิ่งกรุงเทพมาราธอน งานสุราษฎร์มาราธอน งานเชียงใหม่มาราธอนฯลฯ  ทีมจักรยานอาสากู้ชีพนี้ จะช่วยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเบื้องต้น ในฐานะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ (bystander) ที่สามารถเข้าไปตอบโต้เหตุการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์ในระยะแรก (Emergency Medical Responder, EMR)โดยเฉพาะในเรื่องการปฐมพยาบาล การกู้ชีพพื้นฐาน (Basic Life Support, BLS) โดยการทำ CPR หรือ Cardiopulmonary Resuscitation ไปจนถึงการใช้เครื่องอุปกรณ์กู้ชีพหัวใจ (AED) ในกิจกรรมออกกำลังกาย กีฬา หรือกิจกรรมที่มีผู้คนรวมตัวเป็นจำนวนมาก คุณหมอกับทีม ซึ่งสะดวกมาพร้อมหน้าในวันนี้รวม 6  คนได้ช่วยกันเล่าถึงเรื่องราวหน้าที่ต่างๆ ของแต่ละคน ประสบการณ์การออกทำงานกู้ชีพ ให้เราทำความเข้าใจและมองเห็นบทบาทบาทหน้าที่ของชมรมฯ

“ชมรมของเรามีตัวตนและระบบงานชัดเจนเราตั้งขึ้นมาเพื่อนำภารกิจของเราไปสนับสนับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเดิน การวิ่ง การขี่จักรยาน งานการกุศล  ถ้าต้องการใช้ทีมงานจักรยานกู้ชีพก็จะต้องมีการทำจดหมายส่งมาถึงประธานชมรม เพื่อพิจารณาและมอบหมายทีมงานไปช่วยงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในงานกิจกรรมกีฬาแต่ละงาน ทั่วไปแล้วจะมีรถพยาบาลติดตาม แต่ไม่ได้ถือว่าซ้ำซ้อนกับการทำงานของหน่วยงานจักรยานกู้ชีพ เพราะทีมจักรยานจะทำหน้าที่เบื้องต้นในการดูแลปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งเราจะเข้าถึงได้เร็วกว่ารถพยาบาล หลังจากนั้นก็จะส่งหน้าที่ต่อให้รถพยาบาลเมื่อมาถึง

ทีมของเราเสมือนเป็น First responder  ดูแล ณ จุดเกิดเหตุ at sceneเพื่อให้พ้นระยะวิกฤตไปก่อน หน้าที่ของเราคือต้องปฏิบัติการภายใน 4 นาที ส่วนถ้าเป็นรถพยาบาลตามหลักสากลให้ 8 นาที เพราะฉะนั้น 4 นาทีทองคือ หน้าที่ของเรา แต่ถ้า ณ จุดเกิดเหตุ bystander เป็นหมอเป็นพยาบาล ก็ถือว่าเป็นโชคดีของคนๆ นั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการเข้าถึงจุดเกิดเหตุด้วย ซึ่งจักรยานเป็นอะไรที่เข้าถึงได้เร็ว ดังนั้นเรื่องการสื่อสารสำคัญมาก เราจะมีระบบการสื่อสารเฉพาะกิจระหว่างปฏิบัติภารกิจ แต่โดยทั่วไปจะใช้มือถือเรียก  1669 ซึ่งเบอร์สำคัญเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์” 

ขั้นตอนเมื่อพบผู้ป่วยในที่เกิดเหตุ ควรเริ่มจากอะไรก่อนหลัง หลายคนยังไม่ทราบ หรือบางคนเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็มัวแต่ตื่นตระหนกทำให้ลืมสิ่งที่ควรทำ  ดังนั้นต้องตั้งสติให้เร็วที่สุด และเริ่มระบบการช่วยเหลืออย่างถูกวิธี  ดังนั้นจึงสำคัญมากที่ทีมงานจักรยานอาสากู้ชีพจะต้องผ่านการฝึกฝน อบรม ทั้งความรู้ด้านการปฐมพยาบาลและการใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ขั้นตอนของการช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและคนรอบข้าง

“ทีมงานของเราแต่ละคนก็ได้รับการอบรมมาจากหลากหลาย ในทีมจะมีทั้งพยาบาลวิชาชีพหลายท่าน และอาสาสมัครที่เข้ามาร่วมงานกัน บทบาทสำคัญของเราเวลาพบเหตุ ผู้ป่วยหมดสติ ต้องทำขั้นตอนห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต(chain of survival)ซึ่งมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) แจ้งเหตุ 2) ทำ CPR 3) ใช้ AED 4) รถพยาบาลรับผู้ป่วย 5) การดูแลขั้นสูงที่โรงพยาบาล ภารกิจของทีมจักรยานอาสากู้ชีพ จะอยู่ในขั้นตอนที่ 1 ถึง 4ตามนี้ “

  1. แจ้งรถพยาบาลที่ประจำการในงานหรือแจ้งเหตุ  1669 พร้อมประเมินอาการผู้ป่วย ขณะเดียวกัน buddy จะประเมินความปลอดภัยของจุดเกิดเหตุ (scene safe) ช่วยกันไทยมุง กันรถ ให้ออกห่างผู้ประสบ ให้สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีที่จำเป็น
  2. เมื่อประเมินแล้วผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้น ก็เริ่มทำการ ปั๊มหัวใจหรือ CPRโดยbuddy จะต้องสลับมาช่วยปั๊มหัวใจห้ามหยุด จนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง
  3.  หากมีข้อบ่งชี้ ให้ทำการช็อคไฟฟ้าหัวใจด้วยเครื่อง AED
  4. ส่งต่อให้รถพยาบาลเมื่อมาถึง

เมื่อพบเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ ทีมจะทำงานอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนที่ถูกต้อง  ระบบการสื่อสารสำคัญที่สุด ก่อนอื่นต้องรู้ว่าเราอยู่ในฐานะอะไรของงาน มีการแต่งกายที่ชัดเจนว่าเป็นทีมช่วยเหลือ และซักซ้อมก่อนการทำงาน ร่วมกันเป็นทีม เราใช้ทั้งอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ และ ระบบ social network “Line Here”  และเรามีวิทยุสื่อสารในทีม แต่ละงานก็จะมีสมาชิกทีมเป็นแกนประสานงาน โดยที่เราจะประชุมการทำงานซักซ้อมกันก่อน แต่ละงานจะมีลักษณะงานที่ต่างกัน เช่นเดินหรือวิ่งหรือปั่นระยะทาง เส้นทาง การวางตำแหน่งรถพยาบาล ทุกคนไม่ได้ปั่นทั้งหมดเต็มระยะแต่จะรับผิดชอบครอบคลุมช่วงระยะที่ได้รับมอบหมาย  ทั้งนี้ก็แล้วแต่ลักษณะงานด้วย ว่าแบบไป-กลับเส้นทางเดียวกัน หรือ ระยะทางแบบวงกลม ไป-กลับคนละเส้นทาง รวมถึงการกระจายเครื่อง AED ให้ครอบคลุมพื้นที่จัดงานตามกำลังคนที่เรามีอยู่

ในจักรยานของทีมงานทุกคันจะมีอุปกรณ์ที่จำเป็นของทีมงานประกอบด้วย

– จักรยาน (ประเภทTouring จะเหมาะที่สุดเพราะมีตะแกรงหลังสำหรับใส่ของ) โดยจะต้องนำมาดัดแปลงเพื่อติดตั้งกระเป๋าใส่อุปกรณ์ต่างๆ

– เครื่อง AED (Automated External Defibrillator) ชนิดกระเป๋าหิ้วหรือพกพาซึ่งจะติดตั้งในรถจักรยานบางคันหรือในเป้สะพายหลัง

– เครื่องมือสื่อสาร ปกติจะใช้วิทยุสื่อสารสำหรับช่วงความถี่ประชาชน (Citizen Band)ซึ่งขออนุญาตมีและใช้ได้ง่าย

– ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น

– อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ไฟฉาย ไฟติดหมวก แถบสะท้อนแสง”สามคือ ทักษะ ก็ต้องมีการฝึกอบรม บางคนเป็นแพทย์ พยาบาล หรือเวชกิจฉุกเฉิน(Paramedic)ก็จะง่าย แต่ถ้าคนไม่มีความรู้ก็เอามาเข้าคอร์สฝึกอบรมกับพวกเราได้โดยในระยะแรกก็มาเป็น buddy ศึกษาจากหน้างานก่อน”

แนวทางของชมรมในอนาคต 

“ตอนนี้เรามีการเชื่อมต่อเครือข่ายของโรงพยาบาล และองค์กรที่จัดกีฬาต่างๆ  ในอนาคต เราหวังจะให้มีทีมจักรยานที่ทำหน้าที่แบบเดียวกันนี้มากขึ้น เราจะเป็นต้นแบบให้เขาศึกษาแล้วนำไปประยุกต์เพื่อช่วยกันพัฒนางานด้านนี้ต่อไป ใน จังหวัดต่างๆ เราสามารถให้คำปรึกษาได้และช่วยวางแผนการทำงานให้ได้ ปัจจุบันก็มีผู้สนใจมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะขอทีมไปช่วยงานมากกว่า  เพราะจิตอาสาต้องใช้ทั้งร่างกายจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือและใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายต้องอาศัยเวลา”

ระบบการแพทย์ฉุกเฉินในงานกิจกรรมออกกำลังกาย

ประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องมากมาย เริ่มตั้งแต่

1. Bystander คนที่อยู่ในเหตุการณ์ เช่น นักวิ่งด้วยกัน ต้องเข้าช่วยเหลือถ้าเกิดเหตุ

2. First responder  ก็คือคนที่จะตอบโต้เหตุการณ์ รู้ได้เลยว่าเหตุการณ์แบบนี้ต้องทำอย่างไร

3. Basic life support คนที่ช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน

4. Back up รถพยาบาล หรือคนที่มีวิชาชีพ มีทักษะมากกว่า อุปกรณ์พร้อมกว่า


อะไรคือ AED

AED

เครื่อง  AED เป็นเครื่องมือปฐมพยาบาล บุคคลทั่วไปใช้ได้ ทำงานง่าย มีเสียงคำแนะนำเป็นภาษาไทย เรียนรู้การใช้งานเครื่องก่อนถึงจะดี ข้อควรระวัง เครื่องนี้ไม่สามารถใช้กับบนพื้นที่เป็นโลหะได้ และใช้กับผิวกายที่เปียกไม่ได้ และขณะทำการช็อคไฟฟ้าผู้ช่วยเหลือต้องถอยห่างจากตัวผู้ป่วย สำหรับเครื่อง AED ในต่างประเทศจะวางอยู่ตามจุดสาธารณะ ซึ่งในประเทศไทยก็เริ่มมีแล้ว เช่น สนามบิน สถานีขนส่ง สวนสาธารณะ

%d bloggers like this: